5 วิธีสังเกตอาหารที่เน่าเสีย บูดในตู้เย็นและตู้กับข้าวของเรากันนะ

57
5 วิธีสังเกตอาหารที่เน่าเสีย บูดในตู้เย็นและตู้กับข้าวของเรากันนะ
5 วิธีสังเกตอาหารที่เน่าเสีย บูดในตู้เย็นและตู้กับข้าวของเรากันนะ

ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกันดีสำหรับวิธีการเช็คหรือสังเกตอาหารที่เน่าเสียในตู้เย็นหรือตู้กับข้าวกันแน่นอน สำหรับคนที่ชอบเก็บอาหารไว้ข้ามคืนคงต้องเคยเจอแกงเน่าเสียบ้าง ใครจะไปรู้ละครับว่าแกงโปรดสำหรับเราที่เก็บไว้ในตู้เย็นนั้นจะเน่าเสียหรือไม่ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงจะเคยเจอปัญหาอาหารเน่าเสียหรือบูด วันนี้ผมมี 5 วิธีสังเกตอาหารเน่าเสียหรือไม่มาฝากกันนะครับ มาดูกันว่าจะมีวิธีไหนบ้างที่คุณเคยใช้สังเกตอาหารเหล่านั้นมาแล้วบ้าง

1 กลิ่นของอาหารเปลี่ยนไป
เป็นวิธีที่ใช้การสังเกตง่ายๆ เลยครับคือการใช้สัมผัสแรก การดมนั่นเอง ก่อนที่จะตักเข้าปากรับประทาน แน่นอนว่าทุกคนก็ต้องดมอาหารก่อนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว หากว่ากลิ่นของอาหารนั้นเปลี่ยนไป เหม็นเปรี้ยว เหม็นหื่น หรือเรียกง่ายๆ ว่ากลิ่นอาหารไม่เหมือนเดิม ให้ฟันธงได้เลยว่าอาหารของท่านนั้นบูดแน่นอน

2 เนื้อสัมผัสของอาหารเปลี่ยนไป
เคยสังเกตไหมว่าทำไมอยู่ๆ อาหารที่นุ่มละมุนลิ้นจู่ๆ ก็เปลี่ยนไปเป็นอาหารที่แข็งกระด้าง ตักยาก เป็นเหนียวๆ ก้อนๆ ไม่นุ่มๆ เหมือนเดิม นั่นแหละครับนี่ก็ถือว่าเป็นการสังเกตอาหารที่บูดอีกข้อหนึ่งเลยทีเดียว

3. พบสิ่งแปลกปลอมในอาหาร
ในข้อนี้ก็เช่นกัน คนเราสามารถแยกแยะไหนว่าอันไหนกินไหนอันไหนกินไม่ได้ หากเราพบสิ่งแปลกปลอมในอาหารแล้วเราก็ควรที่ละจะละเว้นในการกินอาหารนั้นๆ เพราะมิฉะนั้นอาจจะเกิดอันตรายจากอาหารที่กินเข้าไปก็ได้

4. รสชาติของอาหารเปลี่ยนไป
หากสังเกตุไป 3 ข้อด้านบนแล้วยังไม่สามารถแยกได้ว่าอันไหนคืออาหารที่เน่าเสียแล้ว มาดูข้อนี้กันดีกว่าว่า เมื่อรสชาติอาหารที่เคยกินอยู่ประจำ มันไม่เหมือนเดิม จากการที่เก็บไว้ในตู้เย็นเพียงข้ามคืน วันนี้เอามาอุ่นกินอีกครั้ง แต่ทำไมรสชาติมันเปรี้ยวผิดปกติ จากเหตุการณ์แบบนี้ให้คุณมั่นใจได้เลยว่า อาหารที่กำลังจะกินนั้นเน่าเสียหรือบูดแล้วอย่างแน่นอน

5 การดูวันหมดอายุของอาหาร
มาถึงวิธีสุดท้ายกันแล้วสำหรับวิธีการสังเกตอาหารที่เน่าเสียหรืออาหารที่บูดนั่นเอง ส่วนมากอาหารในร้านสะดวกซื้อจะมีวันหมดอายุบอกอยู่ทุกชิ้น แต่มาดูอาหารที่ไม่มีวันหมดอายุบอกบ้างเช่น ข้าวราดแกงที่มีกะทิ หากเก็บไว้นานกว่า 3 วันแล้วให้โยนทิ้งไปได้เลย เพราะว่าน้ำกะทิบูดแล้วแน่นอน รวมทั้งอาหารที่ผลิตจาก นม โยเกิร์ต อย่างเช่น เค้ก ขนมปัง เบเกอร์รี่ต่างๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เมื่อผ่านไป 7 วันแล้วก็ไม่ควรที่จะกินอีกเช่นกัน

เห็นไหมละครับว่าวิธีการสังเกตอาหารที่เน่าเสียหรือบูดแล้วนั้นง่ายมากๆ เพียงใช้ประสาทสัมผัสของตัวเรานั่นเอง และที่สำคัญช่วงนี้เป็นช่วงหน้าร้อน ความร้อนของอากาศจะทำให้อาหารเหล่านั้นเน่าเสียไวขึ้นอีกด้วย และที่สำคัญอย่าเสียดายที่จะทิ้ง เพราะถ้าหากกินอาหารที่เน่าเสียเข้าไปแล้วแน่นอนว่าคงจะหนีไม่พ้นโรคท้องเสีย ท้องร่วง แน่นอน ดูแลสุขภาพเรื่องการกินกันด้วยนะจ๊ะ

คุณคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้ คอมเม้นต์ด้านล่างเพื่อแสดงความคิดเห็น...

แบ่งปัน